เปิดสูตร "ชาเย็น" 3 ยี่ห้อ พร้อมวิธีการชง..สูตรจัดเต็ม !!



ก่อนอื่นก็เตรียมชากันเลยครับ .. ชอบแบบไหน ยี่ห้อไหน ตามสะดวกครับ

เริ่มจากชาตรามือ(สีทอง) ขนาด 400 กรัม ถุงละ 85 บาท
โดยรวมแล้ว ชาตรามือจะค่อนข้างกลมกล่อม โดยเฉพาะถุงสีทองจะหอมกว่าถุงสีแดง และรสชาติจะนุ่มละมุนกว่า
มีรสเข้ม ฝาดนิดๆ 

ส่วนชาชักตราครบรส ขนาด 300 กรัม ราคา 125 บาท
จะมีสีเข้มกว่าเมื่อชงออกมาเป็นน้ำแล้ว หากชงในสูตรเดียวกัน เมื่อเทียบกับอีก 2 ยี่ห้อ จะได้รสชาติชาจัดๆ
เข้ม ฝาดชัดเจน แต่ก็หอม อร่อย ใช้ได้เลยครับ ถ้าใครชอบชารสจัด แนะนำตัวนี้

ชาระมิงค์ ขนาด 250 กรัม ราคา 60 บาท
สีชาก็จะออกส้มๆ เป็นปกติ หากชงเป็นชาเย็น จะรสชาติออกนมๆ นุ่ม และไม่เข้มนัก แทบไม่ได้รสฝาดของชาเลย หากเทียบกัน 3 ยี่ห้อ ตัวนี้รสชาจะอ่อนสุด เหมาะสำหรับคนชอบกินชาที่รสชาติไม่จัดนัก


หากเพื่อน ๆ รู้คุณสมบัติของแต่ละชนิดแล้ว ใครชอบแบบไหนก็เลือกเอาเลยครับ
หรือจะเอามาผสมกันก็ไม่ผิด เหมือนการนำเมล็ดกาแฟแต่ละแบบมาผสมรวมกันนั่นแหละ...
อาจจะได้รสชาติที่แตกต่างไปอีก และยังมีอีกหลายๆ ยี่ห้อครับที่ผมเคยซื้อมาลองแล้วยังไม่ค่อยโดนเท่าไหร่



ให้เห็นกันชัดๆ ไปเลยครับว่า ลักษณะชาแต่ละชนิดเป็นเช่นไร มีสีที่แตกต่างกันอย่างไร
ส่วนที่มาที่ไป จะเป็นชาแดง ชาดำ ชาโน่นนี่นั่น อย่าไปสนใจเลยครับ .. เน้นที่รสชาติดีกว่า 
ถ้าจะให้อธิบายเดี๋ยวจะปวดหัวกันป่าวๆ ^___^



ส่วนอุปกรณ์ ก็แบบที่เห็นนี้แหละครับ .. ที่สำคัญควรจะมี "ถุงชงชา" 
หากใครไม่มี ห้ามใช้ "ถุงเท้า" เด็ดขาด !!!! 555 อนุญาตให้ใช้ผ้าขาวบางแทนได้ครับ

ส่วนแก้วที่ใช้ชง จะใช้เป็นถ้วยตวงใสก็จะดีมาก (ของผมแตกไปแล้ว) 
จะเป็นแก้วสแตนเลสแบบในรูปก็ได้ หรือจะใช้แก้วกาแฟก็ไม่ว่ากัน แต่ขอให้มีขนาดประมาณ 250-300 ml.

ส่วนกระป๋องใหญ่ๆ สำหรับชงชา ถ้าไม่มี อนุญาตให้ใช้หม้อ หรือภาชนะอื่นๆ ที่มันใหญ่พอแทนได้ครับ
(อะไรก็ใช้ได้หมดครับ.. ถ้าไม่มีก็ประยุกต์เอาได้เล้ยยย)



ขอบอกไว้ก่อนว่า .. อันนี้เราจะมีการตวงแบบมาตรฐานกันหน่อย
ห้ามเอาไปเปรียบเทียบกับรถเข็นข้างทางเด็ดขาด !!! 55 เดี๋ยวบางคนจะแย้งว่า ทีรถเข็นข้างทางยังไม่เห็นต้องตวงแบบนี้เลย .. แบบนั้นเค้าใช้ความชำนาญแล้ว ยกให้เค้าไป อิอิ

เรามาดูเครื่องมือตวงกันดีกว่าครับ
ปกติผมจะใช้ "แก้วชอต" หรือ "แก้วตวง" ซึ่งมีขนาด 1.5 ออนซ์ หรือเท่ากับ 45 มล.
ฉะนั้นคำว่า 1shot นั่นหมายถึง 1.5 ออนซ์นะครับ (ผมใช้แก้วกลาง)

ทำไมผมถึงกากบาทเจ้าแก้วชอตตัวแรก เนื่องจากว่า จากประสบการณ์ที่ผมทำเครื่องดื่มและสอนมาหลายปี
ผมพบความจริงตอนที่ตวงยาให้ลูกชาย (เกี่ยวไรกันเนี่ย) ... ว่าเจ้าแก้วแบบแรกมีปริมาตรที่ไม่มาตรฐาน
ซึ่งหากเราตวง 30 มล. ในแก้วสีแดง มันจะได้เท่ากับ 40-45 มล. ในแก้วสีดำ 

และผมก็พิสูจน์โดยการนำไปเทียบกับหลายๆ อุปกรณ์การตวงทั้งถ้วยตวง และจิกเกอร์(รูปขวามือ)
ผลปรากฎว่า ทุกอุปกรณ์เท่ากันหมด ยกเว้นเจ้าแก้วสีแดงที่ว่า .. ฉะนั้นตัดมันไป

ส่วนจิกเกอร์(jigger)ขนาดตามในภาพ ด้านใหญ่จะมีความจุ 1 ออนซ์ ด้านเล็ก 0.5 ออนซ์



ต่อไปมาเตรียมนมกันบ้าง

นมที่ใช้จะมีนมสดหรือนมจืด .. ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งพาสเจอร์ไรส์ ทั้ง UHT 
อาจจะมีความต่างกันที่รสชาติบ้างนิดหน่อย แต่ไม่ค่อยซีเรียสนัก 
เนื่องจากไม่ได้ไปซื้อพาสเจอร์ไรส์ เลยขอยืม UHT ตราวัวแดงของเจ้าลูกชายมาใช้ก่อน หุหุ..

อีกหนึ่งชนิดที่ขาดไม่ได้คือ "นมข้นจืด" จะใช้ยี่ห้อไหนก็แล้วแต่ใครจะชอบ จะสะดวกซื้อ
วันนี้ขอใช้ตรา falcon เพราะว่าเค้ากำลังมีโปรโมชั่น 1 แถม 1 (แบบว่างก) 555+
อย่างที่เราทราบ ชาเย็นแบบไทยๆ เรา มันต้องมีความ "มัน" ถึงจะอร่อย ..ฉะนั้น นมข้นจืด ขาดไม่ได้

และสุดท้าย "นมข้นหวาน" .. หรือ "ครีมเทียมข้นหวาน" สุดแล้วแต่
ใช้สำหรับปรุงแต่งความหวาน ให้มันกลมกล่อม (ส่วนใครกลัวอ้วน..ก็อด)



ก่อนอื่น เตรียมผงชาก่อนเลยครับ .. 

ขอบอกเลยว่า สูตรนี้เป็นสูตรที่ชงกินเอง .. หรือหากชงขาย ก็ขายแบบคุณภาพ เหมือนกับที่ผมตั้งชื่อกระทู้ว่า
"สูตรจัดเต็ม" ฉะนั้น อัตราส่วนที่ใช้ จะใช้มากกว่าที่เค้าชงขายกันทั่วไปอย่างแน่นอน
ซึ่งรสชาติก็จะจัด และเข้มข้นกว่า 

ผมเคยใช้สูตรข้างถุงของชาตรามือ ปรากฎว่า "จืดสนิท" ไม่อร่อยเลย
หรือบางทีตามร้านกาแฟโบราณ ชาโบราณ ร้านรถเข็น เค้าจะใช้ชา 1 ส่วนแช่ไว้ทั้งวัน ตักน้ำร้อนเติมๆๆๆ เอา

*** สูตรก็คือ ใช้ผงชา 1 ส่วน ต่อน้ำ 3 ส่วน ****
หากอยากจะชงขายแล้วประหยัดต้นทุนอีกนิด อนุโลมให้ใช้น้ำได้ 4 ส่วน (ห้ามเกินนั้น .. ไม่งั้นชาจะไม่เข้มข้น")

วันนี้ ชา 1 ส่วนของผม จะเท่ากับ 1 แก้วสแตนเลสใบนี้ (ประมาณ 10 ออนซ์)
ชงได้ทั้งหมด 6 แก้ว (สำหรับแก้ว 16 ออนซ์เติมน้ำแข็งแล้ว)



เมื่อชาพร้อม ... ก็เตรียมน้ำร้อนให้พร้อมเลยครับ 

ชาแบบนี้ไม่จำเป็นต้องต้มนะครับ 
พร้อมแล้วก็เทชาลงไปในถุงโลด !!!!



อย่างที่บอก.. ชา 1 ส่วน น้ำ 3 ส่วน (ไม่เกิน 4 ส่วน)

เวลาเทน้ำร้อนลงไป ค่อยๆ เทให้ทั่วๆ ผงชาที่อยู่ในถุงครับ เพื่อให้น้ำและความร้อนกระจายทั่วถึง



เมื่อเทน้ำลงไปจนครบตามปริมาณ .. ก็ถึงขั้นตอนสำคัญอีกขั้นตอนนึงครับ
ที่จะทำให้ชานั้นมีรสชาติที่ดี และมีความหอม 
ขั้นตอนนี้จะทำให้กลิ่นชาหอมคละคลุ้งทั่วบ้านเลยล่ะครับ

คือ ให้เทน้ำชากลับไปกลับมาระหว่าง 2 กระป๋อง ประมาณ 3-4 รอบ (เท 1 ครั้งเท่ากับ 1 รอบ)

และมีเทคนิคอยู่นิดนึงครับ ยิ่งถ้าเราสามารถดึงกระป๋องให้สูงขึ้นมากเท่าไหร่ เพื่อให้น้ำชาได้สัมผัสอากาศมากๆ
(หลักการเดียวกับชาชัก) ก็จะทำให้กลิ่นและรสชาติดีขึ้นครับ

ปล. เวลาเท อย่าเทลงจุดเดียวนะครับ ให้วนๆๆ ทั่วๆ



ขั้นตอนอาจจะดูเยอะ .. แต่พอทำจริงๆ ง่ายนิดเดียวครับ
เพียงแต่ใส่ใจในรายละเอียด และเพิ่มเติมเทคนิคเข้าไปนิดหน่อย

อย่างเช่นขั้นตอนนี้ .. เมื่อเราเทกลับไปกลับมาเสร็จเรียบร้อย ก็แช่ชาทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีครับ
เพื่อให้รสชาติของชากระจายออกมา เข้มและฝาดได้ที่ 

เมื่อครบ 5 นาที ให้เอาถุงชาออก .. และนำกากชาทิ้งได้เลย อย่าเสียดาย 
แต่ถ้าเสียดาย เติมน้ำเข้าไปได้อีก 3 ส่วนเท่าเดิม เก็บหางชาส่วนที่ 2 ไว้ทำชาดำเย็น หรือชามะนาวได้ครับ

หมายเหตุ.. อย่าแช่นานเกินไปนะครับ ชาจะเริ่มฝาดจนเฝื่อน



เอาล่ะครับ ... เตรียมปากกาไว้จดสูตรได้เลย 


ผมใช้นมข้น 4 ช้อนชา นะครับ (ไม่ต้องใช้ช้อนชาแบบตวงนะครับ..ช้อนกาแฟเรานั่นแหละ)
ถ้าใครไม่ชอบหวานมาก ลดนมข้นลงมาเหลือสัก 3 ช้อนชาได้ ..

ตรงนี้เค้าเรียกว่า "รสมือ" แล้วล่ะครับ เพราะมันสามารถบวก ลบ ได้นิดหน่อย ไม่จำเป็นต้องเป๊ะ
สังเกตปริมาณการตักในรูปนะครับ จะเกินนิดๆ ... ตักใส่แก้วได้เลย

เวลาผมสอน ...จะมีหลายคนเกร็งๆ ว่า 4 ช้อนนี่ต้องปาด ต้องพอดีๆ ขอบอกว่าไม่ขนาดนั้น
มือหนัก มือเบา ตามสะดวกเลยครับ



นมข้น 4 ช้อนชาเมื่อสักครู่ หากจะเอาให้เป๊ะ ไม่ขาดไม่เกิน
จะได้ปริมาณอยู่ที่ 1 ออนซ์ (30 ml.) พอดิบพอดี .. แต่เมื่อสักครู่ผมตักเกินไปหน่อย ก็จะประมาณออนซ์กว่าๆ



จากนั้น ก็เติมความหวานด้วยน้ำตาลทราย 2 ช้อนชา(ช้อนกาแฟ) ..ตักธรรมดาๆ ไม่ต้องพูนมากนะครับ

เหตุที่ต้องใช้ความหวานจากน้ำตาลทรายควบคู่ไปด้วย เนื่องจาก ความหวานของนมข้นเป็นความหวานแบบนุ่มๆ เลี่ยนๆ
เราต้องเติมความ "หวานแหลม" ของเจ้าน้ำตาลทรายควบคู่กันไป เป็นการตัดรสชาติให้กลมกล่อมยิ่งขึ้นครับ


**จะสังเกตได้ว่า ถ้าเราไปซื้อร้านทั่วๆ ไปเค้าจะใช้น้ำตาลทรายเยอะมาก ประมาณ 2-3 ช้อนโต๊ะ
แล้วใช้นมข้นหวานน้อยหน่อย เพื่อเป็นการลดต้นทุน***



เรียบร้อยแล้ว นำชาที่ยังอุ่นๆ ร้อนๆ เทลงไปได้เลย ใช้ปริมาณคือ 2 ชอตหรือ 3 ออนซ์ (90 ml.) เท่านั้น
เพราะชาที่เราทำไว้ค่อนข้างเข้มข้น



จากนั้นก็ คนๆๆๆๆๆๆๆๆ แรงๆ เร็วๆ ให้เข้ากัน
ขั้นตอนนี้ก็สำคัญครับ ตรงที่ต้องคนแรงๆ เร็วๆ นี่แหละ นอกจากจะทำให้น้ำตาลละลายง่าย
แล้วยังทำให้รสชาติดีขึ้นด้วยครับ

สังเกตแม่ค้าเวลาคนสิครับ ..มันส์มือเชียวแหละ



เมื่อทุกอย่างละลาย เข้ากันเรียบร้อยแล้ว
ให้เติมนมสด 1 ชอต (1.5 ออนซ์หรือ 45 ml.)

***หากใครต้องการความมันที่มากขึ้น ให้ข้ามขั้นตอนนี้ไปได้เลย
แล้วให้ใช้นมข้นจืดแทน***



ส่วนผสมสุดท้ายแล้วครับ เติมนมข้นจืดลงไปอีก 1 ชอต 

**สรุปจาก คห.ก่อนหน้านี้ ถ้าใครชอบความหวานมันเป็นพิเศษ ก็ให้ใช้นมข้นจืด 2 ชอต**



เป็นอันเสร็จสิ้นพิธี ... เตรียมน้ำแข็งรอได้เลยครับ

เมื่อเราผสมทุกสิ่งทุกอย่างครบเรียบร้อย ปริมาณของน้ำทั้งหมดจะเท่ากับ 8 Oz.



สีของชาที่ได้จะเป็นเช่นฉะนี้ .. ผมใช้ชาตรามือนะครับ



ว่ากันด้วยเรื่องของน้ำแข็งสักนิด

เรื่องน้ำแข็งนี่แล้วแต่คนชอบจริงๆ ครับ บางคนชอบน้ำแข็งใหญ่ น้ำแข็งหลอดเล็ก น้ำแข็งป่น น้ำแข็งบด
ส่วนผมปกติชอบใช้น้ำแข็งจากตู้เย็นเลยครับ น้ำแข็งทำเองสะอาดดี และก้อนใหญ่
จะทำให้เครื่องดื่มเย็นพอดีๆ และดูดได้น้ำเยอะๆ 

แต่บางคนก็บอกว่า เวลากินชาเย็นต้องใช้น้ำแข็งเล็กๆ ดูดไปด้วย เคี้ยวน้ำแข็งไปด้วย อร่อยดี ^_^

----

ซึ่งแก้วที่ผมใช้นี่คือ ขนาด 16 ออนซ์ ใส่พร้อมน้ำแข็งก้อนใหญ่ (cube ice) จะเต็มแก้วพอดี

แต่ถ้าใช้น้ำแข็งหลอดเล็ก หรือน้ำแข็งโม่ น้ำแข็งบด อัดเต็มๆ แก้ว สามารถใส่ในแก้ว 22 ออนซ์ได้ครับ
ราดนมโรยหน้าไปอีกนิดตามสูตร

ว่าแล้วก็เทใส่แก้วได้เล้ยยยยยยยย



สรุปสูตรนะครับ

-ชาผง 1 ส่วน ต่อน้ำ 3 ส่วน เทกลับไปกลับมา 3-4 รอบ และแช่ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที
-นมข้นหวาน 4 ช้อนชา (หากไม่หวานมากใช้ 3 ช้อนชา)
-น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา (หากไม่หวานมากใช้ 1 ช้อนชา)
-นมสด 1 ชอต (หากไม่ชอบมันมาก ให้ใช้นมสด 2 ชอต)
-นมข้นจืด 1 ชอต (หากชอบมันมาก ให้ใช้นมข้นจืด 2 ชอต)

สามารถเพิ่ม/ลด ส่วนผสมความหวาน ความมัน ได้ตามความชอบเลยครับ

หากใช้ปริมาณชาตามที่ผมชงในครั้งนี้ .. จะชงได้ทั้งหมดประมาณ 6 แก้ว
สามารถผสมนม เก็บไว้ได้เลย แช่ตู้เย็นไว้ได้ประมาณ 3-4 วันครับ

หรือถ้าไม่ชงเก็บไว้ ก็ลดปริมาณน้ำชาลงตามส่วนได้เลยครับ 

------------------

ใครลองชง ลองชิมแล้วเป็นอย่างไรบ้าง ก็มาบอกบ้างนะครับ ถูกใจไม่ถูกใจอย่างไร
หรือใครสงสัยตรงไหนเพิ่มเติม ก็หลังไมค์มาพูดคุย มาถามได้ครับ ยินดีแบ่งปัน ^_____^

ขอให้อร่อยกับ "ชาเย็น" นะคร้าบบบบบ Cheers !!!!!



แหล่งที่มา http://topicstock.pantip.com

สูตรน้ำผักผลไม้ต้านมะเร็ง

วันนี้ป้าเล็กนำสูตร " ผัก ผลไม้ ต้านมะเร็ง "
มาฝาก คนที่ไม่ได้เป็นก็สามารถทานได้ค่ะ

......สูตรน้ำผักผลไม้......ช่วยต้านมะเร็ง...
เป็นสูตรน้ำผักต้านมะเร็ง ลองทำทานกันดูนะคะ.
น้องที่ทำงานมีญาติเป็นมะเร็ง 2 คน
หมอนัดให้ทำคีโม 1 คน ผ่าตัด 1 คน โดยให้ไปพักผ่อนก่อน 1 - 2 อาทิตย์ก่อนทำการรักษา.....


ระหว่างนั้นเองน้องที่ทำงาน ได้สูตรน้ำผักผลไม้ของฟ้าหญิงฯ มา ก็เลยลองให้ญาติทานดู แทนน้ำเลย วันละ 1 ลิตร เป็นเวลา 2 สัปดาห์เท่านั้น ไปตรวจอีกครั้งก้อนเนื้อที่เป็นมะเร็ง เล็กลงจนเกือบไม่มีเลย 1 คน


ส่วนอีกคนมะเร็ง หายไปเลย .ไม่น่าเชื่อ เค้าตื่นเต้นกันมากหมอรพ.จุฬา ขอสูตรกันยกใหญ่
ตอนนี้น้องๆ ที่แผนก เลย สั่งกินกันทุกวัน เพื่อเป็นภูมิต้านทาน


ส่วนใครที่มีญาติเป็นมะเร็ง นำสูตรนี้ไปทำให้กินได้เลย หรือบอกต่อๆ กันไป...เป็นอานิสงฆ์นะ

น้ำผักผลไม้สูตรในวัง ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง มีผิวพรรณสดใสโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เป็นโรคมะเร็ง จะดีมากมีคนแถวบ้านเป็นมะเร็งอายุประมาณ 80 กว่าแล้ว ต้องให้คีโมแต่ปรากฏว่าพอรับประทาน น้ำผลไม้สูตรนี้ไปเป็นเวลาประมาณไม่ถึง 1 เดือนปรากฏว่ามีผมงอกขึ้น และแข็งแรงขึ้นมากจนหมอตกใจ


ลองนำไปปั่นทานกันดู..น่าจะดีต่อสุขภาพไม่มากก็น้อยส่วนประกอบก็ราคาไม่แพงมากด้วย


สูตรมีดังนี้
1. แอปเปิ้ล 1 ผล
2. แครอท 1 ลูก
3. ผักสลัด (ผักกาดแก้ว) 3 ใบ
4. ตั้งโอ๋ 2 ก้าน
5. มะนาว 1 ลูก
6. น้ำเสาวรส 1/2 แก้ว (ถ้าไม่มีสดให้ซื้อน้ำเสาวรสกระป๋องก็ได้ค่ะ)
7. น้ำผึ้งแท้ 1/2 แก้ว
8. น้ำเปล่า 1-2 แก้ว แล้วแต่ความชอบ
9. ฝรั่ง 1 ผล
10. มะเขือเทศสีดา (ลูกเล็กๆ) 5 ลูก
11. น้ำตาลทรายแดง 3 ช้อนโต๊ะ
นำทุกอย่างมาปั่นรวมกัน

สูตรนี้จะทำได้ประมาณ 1 ลิตร ในกรณีที่เป็นคนป่วยให้รับประทานวันละ 1 ลิตร
แต่ถ้าดื่มเพื่อสุขภาพเฉยๆ สามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้ประมาณ 2-3 วัน

ขอบคุณข้อมูลจาก 

http://www.jatuka.com/ความรู้ทั่วไป/สูตรน้ำผักต้านมะเร็ง/

5 วิธีเซ็นสำเนาถูกต้องให้ปลอดภัย




= 5 วิธีเซ็นสำเนาถูกต้องให้ปลอดภัย =
ใครมีอะไรเพิ่มเติมช่วยกัน Comment ได้ ช่วยกัน Share ได้ครับ

1.การเซ็นสำเนาถูกต้อง บางคนอาจจะมีวิธีที่แตกต่างกัน เพราะบางคนอาจจะขีดเส้นขนานแล้วเขียน “สำเนาถูกต้อง” แต่จะมีเส้นหรือไม่มีเส้นขีดก็ได้ เนื่องจากกฎหมายไม่ได้กำหนดไว้ แต่อาจเป็นวิธีหนึ่งที่ป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพนำสำเนาไปใช้

2.สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเซ็นรับรองสำเนา ทุกครั้งหลังจากเซ็นรับรองแล้ว ต้องเขียนรายละเอียดกำกับด้วยว่าใช้เพื่ออะไร เช่น ใช้เพื่อสมัครงานเท่านั้น ใช้เพื่อเปิดบัญชีธนาคารเท่านั้น

3.นอกจากจะเซ็นกำกับรายละเอียดแล้ว สิ่งที่ควรเขียนลงบนสำเนา คือ วัน เดือน ปี เพื่อเป็นการกำหนดอายุการใช้งานของสำเนาเราได้อีกด้วย

4.ต้องเขียนข้อความทั้งหมดลงบนสำเนาส่วนที่เป็นบัตรประชาชน หรือบนเอกสารสำคัญอื่นๆ

5.และที่สำคัญต้องใช้ปากกาหมึกสีดำเท่านั้น เพราะเครื่องถ่ายเอกสารบางชนิดสามารถถ่ายเอกสารโดยดึงหมึกสีน้ำเงินออกให้เหลือแต่ข้อความบนบัตรประชาชนได้

ขอขอบคุณ  http://www.baanmaha.com/community/thread50960.html

ทำนายนิสัย เช็คตัวคุณจากเลข 2 ตัวท้ายของบัตรประชาชน




คำทำนายทายนิสัยจากเลขท้ายบัตรประชาชน…ลองหยิบบัตรประชาชนมาดูแล้วมองหาเลขท้าย 2 ตัว จากนั้นไปหาค้นหาคำทำนายด้านล่างได้เลย แม่นหรือไม่ ลองดูซิ เช็คตัวคุณจากเลข 2 ตัวท้ายของบัตรประชาชน หยิบบัตรประขาชนของคุณขึ้นมาดูแล้วมุ่งตรงไปที่ 2 ตัวท้ายของเลขบัตรประชาชน (แอบกระซิบให้นิดนึงว่าแม่นมากๆ)



เลข 2 ตัวท้ายของบัตรประชาชนของคุณคือ 01, 10, 19, 28, 37, 46, 55, 64, 73, 82, 91
ตัวจริงของคุณ : เป็นคนที่มีความเชื่อมั่นในตนเองสูง มีคุณธรรมและเมตตาธรรม จิตใจดีมีความรับผิดชอบสูง ชอบช่วยเหลือผู้อื่น เฉลียวฉลาด ปราดเปรื่อง มีปฏิภาณในไหวพริบอันยอดเยี่ยม เต็มเปี่ยมไปด้วยความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ปรารถนาการเป็นบุคคลแถวหน้า และการได้รับความยอมรับนับถือจากผู้คนรอบข้าง

รักร้อนๆ : ชอบเพศตรงข้ามที่มีความเป็นผู้นำ แต่ขณะเดียวกันก็ยังหลงไหล ในความอ่อนโยน อ่อนหวาน และอ่อนไหวของใครบางคน

จุดอ่อน : คุณเป็นคนที่มีโอกาส แต่ต้องพลาดจังหวะดีๆในชีวิตไปหลายครั้ง ก็เพราะเกิดอาการลังเล กล้าๆ กลัวๆ และไม่ชอบเสี่ยง


เลข 2 ตัวท้ายของบัตรประชาชนของคุณคือ 02, 11, 20, 29, 38, 47, 56, 65, 74, 83, 92
ตัวจริงของคุณ : เป็นคนอ่อนหวาน นุ่มนวลกริยามารยาทเรียบร้อย มีความประนีประนอมสูง รักสันติ อ่อนน้อมถ่อมตน เป็นคนที่ปากตรงกับใจ คิดอย่างไรก็พูดอย่างนั้น ซื่อสัตย์ ซื่อตรง และมีอุดมการณ์ รักเพื่อนฝูง รักครอบครัว และรักบ้าน มีจิตใจละเอียดอ่อน มีพรสวรรค์และชั้นเชิงในงานศิลปะทุกรูปแบบ

รักร้อนๆ : คุณต้องการใครสักคน ที่ทำให้คุณรู้สึกอบอุ่น มั่นคง และเป็นตัวของตัวเอง
จุดอ่อน : คุณเป็นคนหูเบา เชื่อคนง่าย ไม่รู้จักแยกแยะผิดถูก มักเดือดร้อน และเสียชื่อเสียงเพราะตกเป็นเหยื่อของผู้ที่มีเล่ห์เหลื่ยมแพรวพราว



เลข 2 ตัวท้ายของบัตรประชาชนของคุณคือ 03, 12, 21, 30, 39, 48, 57, 66, 75, 84, 93
ตัวจริงของคุณ : เป็นคนมีมนุษย์สัมพันธ์ดี มีความประนีประนอมสูง ปรับตัวเก่ง ช่างเอาอกเอาใจ และแคร์ความรู้สึกของคนชิดใกล้ ร่ำรวยรอยยิ้มและอารมณ์ขัน มองโลกในแง่ดี ไม่มีพิษสงอะไรกับใครเขา ปรารถนาให้ทุกๆ คนในชีวิตมีแต่ความสงบสุข เป็นคนที่ไม่ชอบย่ำอยู่กับที่ จึงขวนขวายศึกษาหาความรู้ใหม่ๆใส่ตัวอยู่เสมอ

รักร้อนๆ : เก่งมาจากไหน ก็แพ้หัวใจใครสักคนที่อยู่ด้วยแล้วอบอุ่น คอยดูแลเอาใจใส่ยามอยู่ใกล้ และคอยห่วงใยยามอยู่ไกลกัน

จุดอ่อน : เป็นคนที่มีจุดมุ่งหมายในชีวิตไม่ชัดเจน เปลื่ยนแปลงบ่อยตามสภาพแวดล้อม


เลข 2 ตัวท้ายของบัตรประชาชนของคุณคือ 04, 13, 22, 31, 40, 49, 58, 67, 76, 85, 94
ตัวจริงของคุณ : เป็นคนเก็บเนื้อเก็บตัว พูดน้อย ชอบทำอะไรเงียบๆ คนเดียว โดดเดี่ยวและรักอิสระ เป็นคนฉลาดคิดและฉลาดทำ ช่างเลือก และชอบการวางแผนล่วงหน้า เชื่อมั่นในความคิดของตัวเองเสมอ ไม่ว่าจะเป็นแนวความคิดที่แปลกพิสดารเพียงไร

รักร้อนๆ : เป็นคนชอบทดลอง ชอบความแปลกใหม่ที่ไม่ซ้ำแบบใคร ดังนั้นใครบางคนที่มากับเรื่องเซอร์ไพร์ส จะสร้างความประทับใจให้คุณอยู่เสมอ

จุดอ่อน : คุณเป็นคนอารมณ์ร้อน โมโหร้าย และเผลอทำอะไรไป โดยไม่ได้ยั้งคิด แต่ยังดีที่เป็นคนโกรธง่ายหายเร็ว



เลข 2 ตัวท้ายของบัตรประชาชนของคุณคือ 05, 14, 23, 32, 41, 50, 59, 68, 77, 86, 95
ตัวจริงของคุณ : เป็นคนที่ทำอะไรรวดเร็ว กระตือรือร้น และไม่ชอบหยุดนิ่งอยู่กับที่ เสาะแสวงหาสิ่งแปลกใหม่อยู่ร่ำไป ร่าเริงแจ่มใส ไม่เคร่งเครียด มองทุกอย่างเป็นเรื่องง่าย หากตั้งใจและลงมือทำ ย่อมประสบผลสำเร็จได้ไม่ยาก รอบคอบและถี่ถ้วน ใส่ใจในทุกรายละเอียด ไม่ประมาท ถือหลักปลอดภัยไว้ก่อน

รักร้อนๆ : คุณไม่ชอบเดินทางไกล ไม่ชอบการผจญภัย ไม่ชอบสถานที่แคบๆ และไม่ชอบคนใจแคบ คุณจึงชอบความรักที่เรียบง่าย ไม่ยุ่งยาก ไม่วุ่นวายสับสน ขณะเดียวกันก็มีอิสระเสรี มีความเชื่อมั่นในกันและกัน

จุดอ่อน : คุณเป็นคนที่ชอบสัญญาหรือรับปากใครต่อใครไว้ก่อน ทั้งที่ไม่รู้ว่าจะทำได้จริงหรือเปล่า เมื่อทำไม่ได้ (ทั้งที่ได้พยายามแล้ว) จึงทำให้คุณดูเหมือนเป็นคนที่ไม่น่าเชื่อถือและไว้วางใจ


เลข 2 ตัวท้ายของบัตรประชาชนของคุณคือ 06, 15, 24, 33, 42, 51, 60, 69, 78, 87, 96
ตัวจริงของคุณ : เป็นคนสุภาพเรียบร้อย กริยามารยาทน่มนวล อ่อนช้อย พูดจาไพเราะมักมีอุดมการณ์ และทัศนคติส่วนตัวที่ไม่เหมือนใคร และพร้อมที่จะโดดเดี่ยวตามลำพังเพื่อความฝันของตัวเอง มีเหตุผล และเป็นคนช่างคิด

รักร้อนๆ : คุณเสาะแสวงหาใครสักคนที่ซื่อสัตย์ จงรักภักดี เสมอต้นเสมอปลาย และไว้วางใจได้

จุดอ่อน : เป็นคนที่เห็นแก่พวกพ้องมากกว่าสิ่งอื่นใด ใจอ่อน และไม่เป็นตัวของตัวเอง


เลข 2 ตัวท้ายของบัตรประชาชนของคุณคือ 07, 16, 25, 34, 43, 52, 61, 70, 79, 88, 97

ตัวจริงของคุณ : เป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตัว พูดน้อย พูดจริง ไม่ชอบการคุยโม้โอ้อวด หรือการยกตนข่มท่าน สติปัญญาดี มีความเจริญก้าวหน้าในการศึกษาและอาชีพ รู้ว่าตัวเองมีข้อดีข้อด้อยที่ตรงไหน และพร้อมที่จะปรับปรุง เป็นคนที่ดูแลและรักษาสุขภาพของตัวเองพิถีพิถัน และเฉลียวฉลาดในการดำเนินชีวิต

รักร้อนๆ : คุณหลงใหลใครสักคนที่เดิมไปด้วยจินตนาการ แรงบันดาลใจ และเอกสักษณ์เฉพาะตัว

จุดอ่อน : เป็นคนมุ่งมั่นและเอาจริงเอาจังกับหน้าที่การงาน และความสำเร็จ จนละเลยเรื่องรักและความรู้สึกลึกๆข้างใน


เลข 2 ตัวท้ายของบัตรประชาชนของคุณคือ 08, 17, 26, 35, 44, 53, 62, 71, 80, 89, 98

ตัวจริงของคุณ : เป็นคนที่ใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ ตรงไปตรงมา กล้าในส่งที่ควรกล้า และเป็นคนที่กล้าทำก็กล้ารับ หนักแน่นอดทนเข็มแข็งและมั่นคง สุขุมและเยือกเย็น รอบคอบ และพิถีพิถันในทุกขั้นตอนของการดำเนินชีวิต

รักร้อนๆ : คุณชอบความหรูหราเป็นที่สุด และคุณเชื่อเสมอมาและจะเชื่อตลอดไปว่า ในโลกนีไม่มีของดีราคาถูก และความรักของคุณก็คือการลงทุนชนิดหนึ่ง

จุดอ่อน : รักงานมากกว่าสุขภาพ หรือคนรัก


เลข 2 ตัวท้ายของบัตรประชาชนของคุณคือ 09, 18, 27, 36, 45, 54, 63, 72, 81, 90, 99
ตัวจริงของคุณ : เป็นคนหัวโบราณ เคร่งครัดต่อกฏเกณฑ์ และประเพณีนิยม ซื่อสัตย์ และมีความยุติธรรมประจำหัวใจ ดื้อรั้น มุ่งมั่นและมีความฝันเป็นของตัวเอง อดทนและทานทนต่อทุกสภาวการณ์ ทะเยอทะยานเป็นระยะ ตามจังหวะของแรงขวัญและกำลังใจ เคร่งเครียด เอาจริงเอาจังกับการดำเนินชีวิต เมื่อพลาดและผิดมักไม่ยอมให้อภัยตัวเอง ชอบมองโลกในแง่ร้าย แต่ไม่เคยคิดร้ายใคร

รักร้อนๆ : คุณต้องการใครสักคนที่พร้อมจะอยู่เคียงค้างคุณอย่างเชื่อมั่น ด้วยแนวคิดและทัศนคติที่สอดคล้องต้องกัน

จุดอ่อน : วู่วามและออกจะหุนหันพลันแล่นไปบ้าง ในยามที่ไม่สบอารมณ์ หรือมีบางสิ่งบางอย่างผิดพลาดไปจากความคาดหมาย

แหล่งที่มา http://www.tlcthai.com/horo/horoscope/23228.html

8 ข้อดีของไข่ขาวกับเรื่องในบ้าน ที่รู้แล้วจะต้องร้องว้าว




เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณข้อมูลจาก sheknows.com

ข้อดีขอไข่ขาว ที่หลาย ๆ คนอาจจะยังไม่รู้ กระซิบบอกให้ก็ได้ว่าไข่ขาวมีประโยชน์มากกว่าที่คิดเลยนะ ไม่เชื่อไปดูกัน…

แม่บ้านหลายคนชอบทำเมนูที่ใช้แต่ไข่แดงแล้วทิ้งไข่ขาวไป เพราะไม่รู้ว่าจะใช้ประโยชน์อะไรต่อจากไข่ขาวนั้นได้อีก หารู้ไม่ว่าไข่ขาวนี่แหละมีประโยชน์มากมาย แถมยังประยุกต์ใช้งานต่าง ๆ ได้อย่างมือโปรเลยทีเดียว หากยังนึกไม่ออกว่าไข่ขาวจะมีดีอะไรที่ทำให้อึ้งได้บ้าง อย่ารอช้ารีบไปชมประโยชน์ของไข่ขาว ที่คุณอาจคาดไม่ถึงกันเลยข้อมูลจากเว็บไซต์ จาก sheknows.com ที่กระปุกดอทคอมนำมากฝากกันเลยดีกว่า

1. ขัดเครื่องหนังให้เงาวับ
เครื่องหนังอย่าง เฟอร์นิเจอร์หนัง รองเท้า กระเป๋า ถุงมือ หรือสิ่งของที่ทำจากหนังสัตว์อื่น ๆ หากไม่มีความวิ้งวับแวววาวเหมือนแต่ก่อน ให้นำสำลีมาชุบไข่ขาว หรือจะใช้ผ้าคอตตอนเก่า ๆ ก็ได้ เอาไปขัด ๆ ถู ๆ ที่เครื่องหนัง แล้วเช็ดออกให้สะอาดด้วยผ้านุ่ม ๆ แค่นี้ก็เสกเครื่องหนังให้กลับมาเงาวิ้งได้แล้ว

2. เป็นกาวธรรมชาติไร้สารพิษ
ด้วยคุณสมบัติที่ติดแน่นทนนานของไข่ขาว และเป็นอาหารที่มีไว้สำหรับกินอยู่แล้ว จึงสามารถให้ฉายาได้เลยว่าเป็น กาวธรรรมชาติ ที่ไม่มีสารพิษที่เป็นอันตรายใด ๆ แถมยังแห้งเร็วและทำความสะอาดง่ายซะด้วย ไข่ขาวจึงเหมาะมากสำหรับใช้กับพวกงานประดิษฐ์ต่าง ๆ เช่น แปะกระดาษเปเปอร์มาร์เช่ งานเดคูพาจ หรือติดกลิตเตอร์ เป็นต้น เพราะจะใช้ได้ผลมากที่สุดกับกระดาษหรือสิ่งของที่มีน้ำหนักเบา

3. เพิ่มความคงทนให้รูปภาพ
ในสมัยก่อนไข่ขาวเป็นตัวช่วยสำคัญในการทำปกหนังสือ เราก็นำเอาไอเดียนั้นมาประยุกต์โดยผสมสีที่ต้องการกับไข่ขาวและไข่แดง แล้ววาดภาพลงบนผนังหรือผืนผ้าใบ จะช่วยเพิ่มความคงทนให้กับภาพ และนำมาตกแต่งบ้านให้สวยงามได้อีก

4. เสกใบไม้ให้เงางามสดชื่น


รู้สึกไม่สบายตาบ้างไหม เวลาที่หันไปมองต้นไม้ในบ้าน แล้วพบว่าทำไมฝุ่นเกาะอย่างกับเกิดพายุฝุ่น ต้นไม้ก็ดูหมองลงไปจนแทบไม่เหลือสีเขียว ๆ ให้เห็น รีบไปหาไข่ขาวมาผสมกับน้ำอุ่นแล้วเช็ดที่ใบไม้เฉพาะด้านบนเท่านั้น จะช่วยเพิ่มความเงางามดูสดชื่นให้กับต้นไม้ได้ทันตาเลยล่ะ

5. ปะหม้อน้ำรั่วเบื้องต้นได้
อย่าตกใจเมื่อรถเกิดปัญหาหม้อน้ำรั่ว ไข่ขาวเป็นอุปกรณ์ที่สามารถช่วยแก้ปัญหาเบื้องนี้ได้ เมื่ออุณหภูมิของหม้อน้ำเย็นตัวลงก็ให้รีบนำผ้าหนา ๆ ผืนใหญ่ ๆ มาเปิดและเทน้ำออก จากนั้นเทไข่ขาวลงไปมันจะทำหน้าที่แข็งตัวปิดรอยแตกนั้นได้ชั่วคราว ก่อนพาไปซ่อมอย่างจริงจัง

6. ผสมอาหารสัตว์ ประโยชน์เพียบ

ไข่ขาวที่เหลือจากการทำขนม อย่าคิดทิ้งเด็ดขาด ลองนำไปเป็นส่วนผสมในอาหารสัตว์เลี้ยงของเราแทนดีกว่า เพราะในไข่ขาวมีโปรตีนที่ย่อยง่าย แล้วก็มีวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญรวมอยู่ด้วย เพิ่มคุณค่าอาหารสัตว์ให้อร่อยและมีประโยชน์กว่าเดิมแบบง่าย ๆ เลย แต่จะต้องเป็นไข่ที่สดสะอาดเพื่อหลีกเลี่ยงเชื้อโรค

7. เปลี่ยนเครื่องประดับหมอง ๆ ให้เหมือนใหม่


บางคนไม่กล้าหยิบเครื่องประดับชุดโปรดมาใส่เพราะมันแลดูหมอง แต่ไข่ขาวช่วยได้ง่ายมาก เพียงนำไข่ขาวไปต้มประมาณ 10 นาที ใส่ถุงซิปล็อกเพื่อบดให้ละเอียด จากนั้นนำเครื่องประดับลงไปคลุกเคล้า ก็จะเกิดกระบวนการออกซิไดเซซัน (Oxydization) ขึ้น สารจากไข่ขาวจะเคลือบเครื่องประดับไว้ให้มีความเงางาม เหมือนใหม่เลยทีเดียว

8. การปฐมพยาบาลเบื้องต้น
ไม่ว่าจะเป็นแผลถลอก น้ำร้อนลวก หรือแผลทั่วไป แต่ ! ยกเว้นแผลไฟไหม้นะจ๊ะ รู้ไหมไข่ขาวช่วยบรรเทาได้ด้วย วิธีการก็คือแค่นำไข่ขาวมาทาลงไปบนแผล เยื้อหุ้มเซลล์จากไข่จะช่วยสมานแผลให้หายได้เร็วขึ้นแบบไม่น่าเชื่อเลย

หลายคนคงจะเห็นแล้วว่าไข่ขาวมีประโยชน์เยอะแยะมากมาย ที่จะสามารถเป็นอุปกรณ์สุดโปรดของสมาชิกในบ้านได้ไม่ยาก เพื่อแก้ปัญหาและนำมาปรับใช้ได้ดังนั้นก็อย่าลืมนึกถึงไข่ขาวเวลาเกิดปัญหาเหล่านี้ดู

เครดิต : 

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณข้อมูลจาก sheknows.com